หลักการและเหตุผล

ศักยภาพสำคัญของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คือ การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งภูมิภาคอาเซียนเป็นประตูสู่เอเชีย สามารถเข้าถึงประชากรโลกได้กว่าครึ่งหนึ่ง โดยพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะเป็น เขตพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเชิงงบประมาณ และขนาดพื้นที่ โดยในอนาคตพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะเป็นศูนย์กลางของความเชื่อมโยงกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และระเบียงตะวันออก-ตะวันตก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของความเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และทางตอนใต้ของประเทศจีนด้วย โดยมีนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยการวางแผนลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และสิ่งอำนวยความสะดวกบริการภาครัฐ สนับสนุน การพัฒนาเศรษฐกิจรองรับ 10 อุตสาหกรรมการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล และการลงทุนขนาดใหญ่ของภาคเอกชน จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งที่ผ่านมา การพัฒนายังขาดทิศทางและการบูรณาการแผนที่มีประสิทธิภาพ

เมืองส่วนใหญ่เติบโตไปตามธรรมชาติ การใช้ที่ดิน มีความหนาแน่นเฉพาะพื้นที่สองข้างทางขาดการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งงานกับที่อยู่อาศัย ดังเช่น ระบบการเดินทางและการขนส่งสินค้า ซึ่งพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะมีพื้นที่บริการอยู่อย่างจำกัดและไม่ได้มาตรฐาน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พื้นที่ชั้นในและพื้นที่ ย่านชานเมืองเกิดปัญหาการจราจรคับค้องสำหรับการขนส่งสินค้ายังคงพึ่งพาระบบการขนส่งทางถนนเป็นหลัก ซึ่งได้เพิ่มปริมาณการแออัดการสัญจรบนผิวถนนมากขึ้นไปอีก ในขณะที่ความสามารถการรองรับของถนน มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งนี้ ไม่นับรวมปัญหาด้านมลภาวะ อุบัติเหตุ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นตลอดเวลา

การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม ตามนโยบายของภาครัฐ แม้ว่าพื้นที่ภาคตะวันออกจะมีความเหมาะสม เนื่องจากมีระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมอยู่ ทั้งการสาธารณูปโภค พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ระบบการขนส่งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ แต่เมื่อเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกขยายตัวระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยเฉพาะด้านการขนส่ง จะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และภูมิภาคอย่างยั่งยืน การคมนาคมที่พร้อม และทันสมัยในการกระจายสินค้า และรองรับผู้โดยสารในทุกรูปแบบการขนส่งสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานขึ้นรองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 โครงการหลักที่รัฐจะเร่งรัดการก่อสร้างให้เห็นผลเป็นรูปธรรมเร็วที่สุด ประกอบด้วย 1.โครงการขยายท่าอากาศยานอู่ตะเภา 2.โครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมต่อ 3 สนามบิน 3.โครงการพัฒนาท่าเรือ 4.โครงการรถไฟทางคู่

คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2560 เห็นชอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการจัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งระบบรองของเมืองพัทยา เพื่อเชื่อมสถานีรถไฟความเร็วสูง ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมตามแผนงานการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้พิจารณาและเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเชื่อมโยงระบบโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่สำคัญของประเทศ โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อสนับสนุนและรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทั้งในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและสังคม เพื่อให้เกิดการบูรณาการรูปแบบการพัฒนาที่เด่นชัด มีศักยภาพในระดับสูง ในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งที่สำคัญดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ที่จะเสริมสร้างสนับสนุนการเติบโตของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมกับความยั่งยืนของประเทศ รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ได้กำหนดไว้ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2565) ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย จากประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ ทางเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงข่ายที่มีอยู่และผลักดันการเจรจาด้านการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อรองรับและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่ต้องใช้เป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์ผลกระทบด้านการจราจร รวมทั้งเสนอแนะข้อกฎหมาย ระเบียบ เพื่อเป็นแนวทางนำการวิเคราะห์ผลกระทบด้านการจราจรนำไปสู่การปฏิบัติ
  2. เพื่อศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นของระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งที่สำคัญในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เช่น โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด โครงการรถไฟทางคู่ เป็นต้น สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง